ทองปิดร่วง 25.5 ดอลล์ จากแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัย

ตลาดนิวยอร์ก สัญญาทองคำ ปิดร่วงลง สำหรับคืนที่ผ่านมา เนื่องมาจาก นักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากสหรัฐ เปิดเผยข้อมูล เศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึง ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน ที่พุ่งขึ้นเกินคาด ในเดือน ต.ค. ในเวลาเดียวกัน นักลงทุนยังจับตา ผลของการ ประชุมนโยบายการเงิน ของ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดย ตลาดทองคำนิวยอร์ก ปิดทำการ ซื้อ-ขาย ก่อนที่คณะกรรมการเฟด จะแถลงมติการประชุม

สัญญาทองคำ ในตลาดโคเมก ส่งมอบ เดือน ธ.ค. ลดน้อยลง 25.5 ดอลลาร์ หรือ 1.43% ปิดที่ 1,763.9 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงิน ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดน้อยลง 27.6 เซนต์ หรือ 1.17% ปิดที่ 23.231 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัม ส่งมอบเดือนม.ค. ลดน้อยลง 16.8 ดอลลาร์ หรือ 1.62% ปิดที่ 1,022.5 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียม ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดน้อยลง 20.20 ดอลลาร์ หรือ 1% ปิดที่ 1,987.20 ดอลลาร์/ออนซ์

นักลงทุนได้ทำการเทขายสินทรัพย์ปลอดภัย ภายหลังจาก ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และ มูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงาน ของภาคเอกชนสหรัฐ พุ่งขึ้น 571,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. ซึ่ง เป็นระดับสูงสุด นับตั้งแต่เดือน มิ.ย. จากระดับ 523,000 ตำแหน่ง ในเดือน ก.ย. และ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ที่ระดับ 395,000 ตำแหน่ง

IHS MARKIT  ได้ทำการเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 58.7 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. จากระดับ 54.9 ในเดือนก.ย.

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ได้เปิดเผยว่า คำสั่งซื้อ ภาคโรงงานของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.2% ใน เดือน ก.ย. มากกว่า ที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะทรงตัว หรือ เพิ่มขึ้น 0% หลังจากดีดตัวขึ้น 1.0% ในเดือน ส.ค.

นักลงทุน ยังคงรอดูผลการสัมมนานโยบายการเงินของเฟด โดย ตลาดทองคำนิวยอร์ก ปิดทำการ ซื้อ-ขาย ก่อนที่ คณะกรรมการเฟด จะแถลงมติการประชุม

นักลงทุนยังคงจับตาการเปิดเผย จำนวนว่าจ้างงาน นอกภาคเกษตร ประจำเดือนต.ค.ของ สหรัฐในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์ คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงาน จะพุ่งขึ้น 450,000 ตำแหน่ง ในเดือนต.ค. หลังจาก ที่เพิ่มขึ้นเพียง 194,000 ตำแหน่ง ในเดือนก.ย. และ คาดว่า อัตราการว่างงาน เดือนต.ค. จะลดต่ำลงสู่ระดับ 4.7% จากระดับ 4.8% ในเดือน ก.ย.

 

สำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มต้นลงทุน จะต้องทำความเข้าใจก่อน ว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ ที่มีความผันผวนตลอดเวลา ตามปัจจัยทางเศรษฐกิจโลก เช่น ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ และ นโยบายการเงินของธนาคารต่าง ๆ ทั่วโลก ดังนั้น การลงทุนทองคำ จึงมีความเสี่ยง เหมือนกับ การลงทุนในด้านอื่น ๆ ซึ่ง ผู้ลงทุนจำเป็นต้องศึกษาให้รอบคอบ ตัดสินใจ เลือกรูปแบบ การลงทุนทองคำ ที่เหมาะกับตัวเอง ที่สำคัญเงินที่ จะนำมาใช้ลงทุน ควรเป็นเงินเย็น คือ เงินที่ไม่ได้จำเป็นต้องนำไปใช้อะไร เป็นเงินส่วนที่เหลือ จากการวางแผนการเงินเรียบร้อยแล้ว  เนื่องจากว่า การใช้เงินเย็น จะช่วยทำให้ลงทุน เพื่อเกร็งผลกำไรได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลว่าถ้าหาก เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น อาจจะต้องขายทองคำ แบบขาดทุน หรือ ได้กำไรน้อยกว่าที่ควร เพื่อนำเงินมาหมุนครับ คุณเองก็จะสามารถ ประสบความสำเร็จ จากการลงทุนทองคำได้ไม่ยาก หากข้อมูลพร้อม เงินพร้อม ก็ลุยต่อได้เลยครับ
*หมายเหตุ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

รูปแบบการลงทุนทองคำมีแบบใดบ้าง

การลงทุนทองคำหรือการซื้อทอง ยังสามารถ ทำได้หลากหลายรูปแบบ แต่ที่เหมาะสมกับมือใหม่จริง ๆ ผมแนะนำอยู่ 2 แบบครับ คือ คุณจะเดินไปซื้อที่ร้านทองด้วยตัวเอง หรือ จะซื้อผ่านกองทุนรวมทองคำ ก็ได้ ซึ่งผมจะมาบอก ข้อดี-ข้อเสีย ของแต่ละรูปแบบให้ฟัง คุณจะได้เลือกได้ว่า ควรจะลงทุนทองคำ ในรูปแบบใด
1. การลงทุนโดยตรง ผ่านการซื้อทองคำ จากร้านที่ได้มาตรฐาน
การจะลงทุนทอง ให้ทำกำไรให้ได้สูงสุดนั้น เราจะต้องหมั่นดูราคาทองในตลาด และ คาดคะเนความผันผวนที่อาจจะเกิดขึ้น ในอนาคต โดยปกติแล้ว เมื่อราคาทองคำสูงขึ้น 2-5% คนมักจะเทขาย ซึ่ง การเทขายก็ควรมีทองคำในครอบครอง ประมาณ 10-20 บาทเป็นอย่างน้อย ถึงจะคุ้มค่าครับ
สัญญาทองคำ ปิดร่วง 25.5 ดอลล์ จากแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัย
2. การลงทุนผ่าน กองทุนรวมที่ลงทุนในทองคำ
กองทุนรวม จะทำหน้า ที่เป็นตัวแทนนำเงินไปลงทุนทองคำแทนเรา ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียม ในการบริหารจัดการ และ การถือครองที่ผู้ลงทุนต้องศึกษาให้รอบคอบ การลงทุนผ่านกองทุนรวมนี้ คุณไม่ต้องเดินไปซื้อทองคำที่ร้านทอง ด้วยตัวเองให้เหนื่อย แต่ คุณสามารถติดต่อผ่านกองทุน ที่คุณต้องการจะลงทุนได้เลย โดยการลงทุนผ่านกองทุนรวม ถือเป็นวิธีที่ง่ายและใช้งบน้อย ที่สำคัญ ไม่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญมากก็สามารถลงทุนได้ เพราะแต่ละกองทุน จะมีผู้เชี่ยวชาญ คอยดูแลเรื่องการลงทุนให้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องคอยคาดคะเนปัจจัย ที่ส่งผลกระทบต่อราคาทอง อย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง ไม่ต้องกังวล ถึงความน่าเชื่อถือ หรือ ความผันผวนของราคา ระหว่างร้านทองแต่ละร้าน นอกจากนี้ ยังมีโอกาสได้รับ ผลตอบแทน ระหว่างการลงทุน ไม่ว่าจะ ในรูปของเงินปันผล (ซึ่งจะมีภาษี ณ ที่จ่าย 10%) หรือ ในรูปของกำไร จากส่วนต่าง ในมูลค่าหน่วยลงทุน (Capital Gain) ซึ่ง ไม่ต้องเสียภาษี อีกด้วยครับ
สัญญาทองคำ ปิดร่วง 25.5 ดอลล์ จากแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัย

supervendace87

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *